Please use this identifier to cite or link to this item: https://ir.sc.mahidol.ac.th/handle/123456789/802
Title: อิทธิพลของสภาวะในการผสมต่อสมบัติของยางผสมระหว่างยางธรรมชาติ (NR) และยางเอทธิลีนโพรพิลีนไดอีน (EPDM)
Other Titles: Effects of Mixing Condition on Properties of NR/EPDM Blends
Authors: ชาคริต สิริสิงห
Keywords: ยางผสม;ยางธรรมชาติ;ยางเอทธิลีนโพรพิลีนไดอีน;natural rubber;Blend;Mixing condition;Mechanical properties;Aging resistance
Issue Date: 2007
Publisher: คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง
Citation: วารสารวิทยาศาสตร์ลาดกระบัง 2550;16(2):91-104.
Abstract: งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาอิทธิพลของสภาวะในการผสมต่อสมบัติของยางผสมระหว่างยางธรรมชาติ (NR) และยางเอทธิลีนโพรพิลีนไดอีน (EPDM) โดยได้ดำเนินการทดลองด้วยการนำยางธรรมชาติไปผสมกับยาง EPDM ที่สัดส่วนการผสมระหว่าง NR/EPDM 60/40 ในเครื่องผสมระบบปิด ซึ่งในระหว่างการผสมได้ทำการปรับเปลี่ยนระยะเวลาในการผสมและความเร็วรอบในการหมุนของโรเตอร์ จากนั้น จึงนำยางคอมพาวด์ที่ผสมได้ส่วนหนึ่งไปทดสอบสมบัติความสามารถในการขึ้นรูปและนำยางคอมพาวด์ส่วนที่เหลือไปขึ้นรูป และคงรูปเพื่อทดสอบสมบัติต่างๆ ต่อไป จากการศึกษาพบว่า การปรับเพิ่มระยะเวลาในการผสมและความเร็วรอบในการหมุนของโรเตอร์ต่างก็ส่งผลทำให้ความหนืดของยางลดต่ำลง อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าแปลกใจที่ผลการทดลองบ่งชี้ว่าทั้งระยะเวลาในการผสม (5-7 นาที) และความเร็วรอบในการหมุนของโรเตอร์ (30-50 รอบต่อนาที) ไม่ส่งผลกระทบต่อลักษณะการคงรูปของยาง สมบัติความทนทานต่อการฉีกขาด สมบัติการกระเด้งกระดอน รวมถึงสมบัติการเสียรูปหลังกดอัดอย่างมีนัยสำคัญ จากการทดลองยังพบว่าความทนทานต่อแรงดึงของยางผสมมีค่าสูงสุดเมื่อใช้ระยะเวลาในการผสมเท่ากับ 11 นาทีและใช้ความเร็วรอบในการหมุนของโรเตอร์เท่ากับ 40 รอบต่อนาที จากการศึกษาสัณฐานวิทยาของยางผสม พบว่าการปรับเปลี่ยนระยะเวลาในการผสมและความเร็วในการหมุนของดรเตอร์ไม่ส่งผลต่อสัณฐานวิทยาของยางผสมอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยเหตุนี้การปรับเปลี่ยนตัวแปรทั้งสองดังกล่าวจึงส่งผลน้อยมากต่อสมบัติความทนทานต่อการเสื่อมสภาพของยาง
Other Abstract: The influence of mixing conditions on properties of natural rubber (NR)/ethylene propylene diene rubber (EPDM) blend was investigated. NR was blended with EPDM in aninternal mixer at the blend ratio of 60/40 NR/EPDM. During mixing, both mixing time and rotor speed were varied. A portion of the rubber compound was subsequently used for the processability determination. The rest of the compound was then shaped and vulcanized for further tests. The results revealed that increasing either mixing time or rotor speed gave rise to the reduction of compound viscosity. Surprisingly, the results indicated that both mixing time (5-7 minutes) and rotor speed (30-50 rpm) had on significant effects on many properties of the rubber blend such as cure characteristics, tear strength, rebound resilience as well as compression set. The results also elucidated that maximum tensile strength was achieved when the mixing time and rotor speed were set at 11 minutes and 40 rpm, respectively. As the results revealed that the variations in mixing time and rotor speed had no significant effect on blend morphology, the aging resistance of the blend was therefore little affected when these two mixing parameters were changed.
URI: https://ir.sc.mahidol.ac.th/handle/123456789/802
ISSN: 0857-9512
Appears in Collections:COE: National Journal Publications
Chemistry: National Journal Publications

Files in This Item:
There are no files associated with this item.


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.