Please use this identifier to cite or link to this item: https://ir.sc.mahidol.ac.th/handle/123456789/454
Title: การฟอกกาวไหมด้วยเอนไซม์: ความท้าทายของกระบวนการเพื่อยกระดับคุณภาพไหมไทย
Other Titles: Enzymatic Silk Degumming: The Challenged Process for Upgrading Quality of Thai Silk
Authors: เปรมวดี วงษ์แสงจันทร์
Keywords: การฟอกกาวไหม;โปรตีนกาวไหม;โปรตีนเส้นใยไหม;เทคโนโลยีสะอาด;โปรติเอส;เอนไซม์;Silk degumming;Sericin;Fibroin;Green technology;Protease;Enzyme
Issue Date: 2016
Publisher: คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
Citation: วารสารวิทยาศาสตร์ มข. 2016;44(1):1-21.
Abstract: ผ้าไหมไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะที่ผิวสัมผัสและความมันวาว และเป็นงานหัตถกรรมที่มีลวดลายสวยงาม การพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิตไหมไทยสามารถทำได้ในขั้นตอนการฟอกกาวไหม โดยการใช้เอนไซม์โปรติเอสที่มีความจำเพาะต่อโปรตีนกาวไหม ซึ่งทำให้การฟอกกาวไหมมีจุดยุติอย่างแท้จริง และการใช้อุณหภูมิต่ำกว่าวิธีการดั้งเดิมทำให้สามารถฟอกกาวไหมได้อย่างสม่ำเสมอและลดความเสี่ยงที่โปรตีนเส้นใยไหมจะถูกทำลายลงได้ ดังนั้นจึงได้เส้นไหมที่มีคุณภาพดีขึ้น และยังลดปัญหาความไม่สม่ำเสมอของกาวไหมบนเส้นไหมที่รวบรวมมาจากหลายแหล่งได้ การฟอกกาวไหมด้วยเอนไซม์มีส่วนช่วยสร้างค่านิยมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับผู้ผลิตและผู้ใช้ได้ โดยลดการใช้สารเคมี พลังงาน และน้ำ (Reduce) จึงลดการสร้างมลภาวะ นอกจากนี้ยังสามารถแยกเอนไซม์ออกจากน้ำทิ้งฟอกกาวไหมแล้วนำกลับมาใช้ได้ใหม่ (Reuse) อีกทั้งแยกกาวไหมไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ (Recovery) และนำน้ำที่ใช้แล้วกลับมาใช้รดน้ำต้นไม้ได้ด้วย (Recycle) จึงลดค่าใช้จ่ายในการบำบัดน้ำเสียและเพิ่มมูลค่าให้กับการฟอกกาวไหมทั้งกระบวนการ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าเกินกว่ามูลค่าของเอนไซม์ที่นำมาใช้ และเกิดเป็นวัฏจักรที่อยู่ได้อย่างยั่งยืนต่อไป สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบตั้งแต่การผลิตเอนไซม์ การถ่ายทอดความรู้แก่ผู้ใช้เอนไซม์ เทคโนโลยีการรวบรวมกาวไหม และการนำกาวไหมที่ได้มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ตลอดจนการส่งเสริมการตลาดของผ้าไหและผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นต้น
Other Abstract: Signature of Thai silk is found in its texture, special luster, and being a handcraft with distinctive color patterns and weaving designs. A possible way to efficiently improve the overall production of Thai silk is to replace the usage of chemicals with a sericin-specific protease in a silk-degumming process. The enzyme can specifically hydrolyze sericin without damaging fibroin with an absolutely defined endpoint under a lower temperature than that used in traditional methods; thus providing a better control of the process as well as higher quality and uniformity of degummed silk. The use of enzymatic degumming could diminish the problems in subsequent dyeing and weaving steps due to unequal quality of sericin in raw silk supplied by different producers. In addition, it promotes public understanding and core values of green technology - the chemical usage as well as energy and water consumption are reduced, therefore lowering the amount of wastes; the enzyme is possibly reused in another batch of degumming process; and water can be recycled for other purposes. Moreover, sericin may be recovered to make new products and generate additional incomes, which should surpass the cost of the enzyme. However, it is sustainable only if a good administrative system and management of sericin application are implemented, which include enzyme production, technology transfer, logistic on collecting of sericin, new production lines, and marketing strategies for Thai silk and the new products.
URI: http://ir.sc.mahidol.ac.th/handle/123456789/454
ISSN: 0125-2364
Appears in Collections:Biotechnology: National Journal Publications

Files in This Item:
There are no files associated with this item.


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.