Please use this identifier to cite or link to this item: https://ir.sc.mahidol.ac.th/handle/123456789/170
Title: Thermoregulatory and cardiovascular responses to ingested water of different temperatures during prolonged exercise and recovery periods
Other Titles: ผลของการได้รับน้ำดื่มที่มีอุณหภูมิแตกต่างกันต่อการตอบสนองทางด้านระบบควบคุมอุณหภูมิกายและระบบไหลเวียนเลือดในขณะออกกำลังกายระยะยาวและขณะฟื้นตัว
Authors: Buarong Lewchalermwongse
Thyon Chentanez
Keywords: Water Themperature;Ingestion;Thermoregulatory Cardiovascular;Prolonged Exercise;Recovery
Issue Date: 2004
Publisher: Sports Science Society of Thailand
Citation: Journal of Sports Science and Technology. 4, 1-2 (2004), 47-66
Abstract: The objectives of this study were to compare thermoregulatory and cardiovascular responses to ingested water of different temperatures during prolonged exercise and recovery periods. Ten male volunteers with an average age of 20.30±0.74 years performed an experiment with three periods (rest, exercise at 60% VO2max and recovery) on a cycle ergometer under four conditions with a random order of water ingestion [no water, cool water (4±1°C), room temperature water (25±1°C), and warm water (37±1°C)]. The temperature and humidity of the laboratory was controlled at 25°C and 50-60%, respectively to measure thermoregulatory and cardiovascular responses during prolonged exercise and recovery periods. Room temperature water was ingested 5 ml/kg body weight (BW) at rest, to standardize pre-hydration status (all trails). After rest for 20 minutes, subjects started exercise and 5 ml/kg water of different temperatures were ingested immediately before exercise, and every 15 minutes during exercise (15th, 30th, 45th, and 60th minutes) in every trial (except no water trial). The thermoregulatory and cardiovascular responses were measured and recorded at five-minute intervals until the end of the experiment. The level for statistical difference was set at p<0.05. No significant advantage of water ingestion was found at any temperature during exercise of less than 30th min duration. However, the cool water ingestion (4±1°C) can, significantly decrease rectal (core) temperature (p<0.05), induce headaches if the subject drinks too much in a short time and, cause the production of more urine during exercise when compared to no water or other water temperature ingestion. Room temperature water ingestion (25±1°C) has shown to be the best for use during prolonged exercise in a neutral environment because it significantly changes all thermoregulatory and cardiovascular responses in the same way as cool water does without side effects. However, warm water ingestion (37±1°C) was not appropriate for use during prolonged exercise because it has shown less effective to decrease rectal (core) temperature in neutral environment and also results in an increased heart rate, and sweating rate that can affect prolonged exercise performance.
Other Abstract: การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลของการได้รับน้ำดื่มที่มีอุณหภูมิแตกต่างกันต่อการตอบสนองทางด้านระบบควบคุมอุณหภูมิกายและระบบไหลเวียนเลือดในขณะออกกำลังกายระยะยาวและขณะฟื้นตัว อาสาสมัครเป็นชายสุขภาพดีจำนวน 10 คน มีอายุเฉลี่ย 20.30±0.74 ปี เข้าร่วมการทดลองซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ (พัก, ออกกำลังกาย และฟื้นตัว) โดยอาสาสมัครทำการปั่นจักรยานที่ความหนัก 60% ของความสามารถสูงสุดใน 4 สภาวะของการดื่มน้ำโดยการสุ่ม ได้แก่ ไม่ดื่มน้ำ ดื่มน้ำเย็นอุณหภูมิ 4±1 องศาเซลเซียส ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง 25±1 องศาเซลเซียส และดื่มน้ำอุ่นอุณหภูมิ 37±1 องศาเซลเซียส เพื่อวัดการตอบสนองทางระบบควบคุมอุณหภูมิกายและระบบไหลเวียนเลือดในขณะออกกำลังกายระยะยาวและขณะฟื้นตัว ในวันทำการทดลองผู้ถูกทดลองจะทำการดื่มน้ำที่มีอุณหภูมิห้องประมาณ 5 มล./นน.กก. ในขณะพักเพื่อปรับสภาวะน้ำในร่างกายก่อนการทดลองให้อยู่ในสภาวะเดียวกัน ทุกครั้ง หลังจากพักเป็นเวลา 20 นาที ผู้ถูกทดลองจะเริ่มออกกำลังกายโดยได้รับน้ำดื่มปริมาณครั้งละ 5 มล./นน.กก. ทันทีและทุกๆ 15 นาทีขณะออกกำลังกาย (นาทีที่ 15, 30, 45 และ 60) ในทุกสภาวะการทดลองยกเว้นการทดลองที่ไม่ดื่มน้ำ ตัวแปรทางด้านระบบควบคุมอุณหภูมิกายและระบบไหลเวียนเลือดถูกวัดและบันทึกทุกๆ 5 นาที จนกระทั่งเสร็จสิ้นการทดลอง ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ใช้ คือ 0.05 ผลการทดลองพบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างการดื่มน้ำในทุกๆ อุณหภูมิและการไม่ดื่มน้ำในขณะที่เวลาที่ใช้ในการออกกำลังกายน้อยกว่า 30 นาที อย่างไรก็ตามการดื่มน้ำเย็นให้ผลในด้านการลดลงของอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายมากกว่าการไม่ดื่มน้ำหรือดื่มน้ำที่อุณหภูมิอื่นๆ แต่น้ำเย็นสามารถทำให้มีอาการปวดศีรษะได้ถ้าดื่มปริมาณมากในเวลารวดเร็วเกินไป มีการสร้างปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นในขณะออกกำลังกาย ส่วนการดื่มน้ำที่มีอุณหภูมิห้องให้ผลดีที่สุดในการออกกำลังกายที่อุณหภูมิห้อง เนื่องจากผลการเปลี่ยนแปลงทางระบบควบคุมอุณหภูมิกายและระบบไหลเวียนเลือดทั้งหมดเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับการดื่มน้ำเย็นในขณะที่ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามการดื่มน้ำอุ่นไม่เหมาะสมเท่าใดนักในการออกกำลังกายที่อุณหภูมิห้องเนื่องจากไม่สามารถช่วยลดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายได้เท่าที่ควร ซึ่งส่งผลให้อัตราการเต้นของหัวใจและอัตราการหลั่งเหงื่อเพิ่มขึ้นอันจะมีผลต่อสมรรถภาพการออกกำลังกายระยะยาวได้
URI: http://ir.sc.mahidol.ac.th/handle/123456789/170
ISSN: 1513-7201
Appears in Collections:Physiology: National Journal Publications

Files in This Item:
There are no files associated with this item.


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.