Please use this identifier to cite or link to this item: https://ir.sc.mahidol.ac.th/handle/123456789/164
Title: Effect of altitude training at Doi-Inthanon on physical fitness in Thai national long distance runners
Other Titles: ผลของการฝึกซ้อมบนดอยอินทนนท์ ต่อความสมบูรณ์ของนักวิ่งระยะไกลทีมชาติ
Authors: Pipat Cherdrungsi
Keywords: Altitude training;Blood lactate;Peak oxygen consumption;Peak torque;Physical fitness;Runners
Issue Date: 2002
Publisher: Sports Science Society of Thailand
Citation: Journal of Sports Science and Technology. 2, 2 (2002), 75-85
Abstract: The purpose of this study was to investigate changes in physiological parameters and physical fitness at sea level in Thai national long distance runners after three weeks exercise training, an altitude of 1,300 m above sea level. Sixteen male national level runners, aged 21-32 yrs old, were studied. They were divided into 2 groups by running distances (Gr I ; 5-10 km and Gr II ; over 10 km). Hematological characteristics, lung functions, anaerobic and aerobic exercise capacities, including leg muscle work capacity, were determined at sea level 3-5 days before (Pre) and after (Post) the altitude training. The aerobic and the muscular work capacities were determined with step-wised increasing work load bicycling until exhaustion and with Cybex 6000, respectively. Blood lactate was also measured when work load reached 250 watts (w). Training was conducted 2-4 hrs/day, 6 day/wk. The results demonstrated that the aerobic capacity indicated by peak oxygen consumption (VO2peak) of Gr II (x̄ SE; 61.66 2.17 ml/min/kg) was slightly but not significantly higher than that of Gr I (56.61 1.30 ml/min/kg) at beginning. Altitude training significantly improved (VO2peak) in both subject groups (17.40% and 9.17% in Gr I and Gr II, respectively, at 0.01 and 0.05) and tendency to decrease their blood lactate at 250 w. Post-altitude, FVC1 in Gr I were significantly increased. However, red blood cell count, percent reticulocyte and hemoglobin concentration were not significantly different from initial in both subject groups. Peak torque of hamstrings at 60 /sea and explosive power of quadriceps at 180 /sea in Gr I (55.38 4.12% BW and 166.00 12.59% BW at Pre-test, respectively), but not Gr II, were significantly increased. Furthermore, anaerobic power and capacity tested with Wingate’s method of Gr II (10.25 0.31 and 9.19 0.19% BW at Pre-test, respectively), but not Gr I, were significantly increased after exercise training. It was concluded that the altitude training of 1,300 m at Doi-Inthanon in this study improved physical fitness of long distance runners. Although no cross-over study was performed in the present experiment, our exercise data suggested that the improvement in VO2peak and some other fitness component after altitude training found
Other Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการฝึกซ้อมบนที่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,300 เมตร ต่อการเปลี่ยนแปลงด้านความสมบูรณ์ทางกายของนักกีฬาทีมชาติ จำนวน 16 คน นักกรีฑาชาย มีอายุระหว่าง 21-32 ปี แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ตัวอย่าง ตามระยะวิ่งแข่งขัน (กลุ่มที่ 1 ระยะวิ่ง 5-10 กม. และกลุ่มที่ 2 ระยะวิ่งมากกว่า 10 กม.) ก่อนขึ้นและหลังจากฝึกซ้อมบนดอยอินทนนท์ประมาณ 3-5 วัน นักกีฬาทุกคนเข้าร่วมทดสอบการทำงานของปอด สมรรถภาพการทำงานแบบอนากาศนิยม (ไม่ใช้ออกซิเจน) และการใช้ออกซิเจนสูงสุด ศึกษาการทำงานของกล้ามเนื้อด้วยเครื่องมือระบบไอโซไคเนติค (Cybex 6000) และเจาะเลือดเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงโลหิตวิทยา รวมถึงการตรวจระดับแลคเตทในเลือดของนักกีฬาขณะทดสอบด้วยการออกกำลังบนจักรยานวัดงานที่ 250 วัตต์ ในการฝึกซ้อม ณ บ้านพักอุทยานแห่งชาติ บนดอยอินทนนท์เฉลี่ย 2-4 ชม. ต่อวัน และ 6 วันต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ ผลของการวิจัยพบว่า สมรรถภาพการใช้ออกซิเจนสูงสุด ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงความอดทนของระบบไหลเวียนเลือดและหัวใจของนักกีฬาก่อนขึ้นฝึกซ้อมนั้น กลุ่มที่ 2 (x̄ SE; 61.66 2.17 มล/นาที/กก.) มีค่ามากกว่าแต่ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติจากกลุ่มที่ 1 (56.61 1.30 มล/นาที/กก. และหลังฝึกซ้อมบนที่สูง พบว่าสมรรถภาพการใช้ออกซิเจนสูงสุดของทั้ง 2 กลุ่มมีค่าเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญที่ p < 0.01 และ p < 0.05 ของกลุ่มที่ 1 (เพิ่มขึ้น 17.40%) และกลุ่มที่ 2 (เพิ่มขึ้น 9.17%) ตามลำดับสอดคล้องกับค่าระดับแลคเตทในเลือดที่งาน 250 วัตต์ ซึ่งมีแนวโน้มลดลงทั้ง 2 กลุ่ม รวมทั้งค่าความจุปอด และปริมาณการหายใจออกเร็วที่สุดภายใน 1 วินาที (FEV1) ของกลุ่มที่ 1 มีค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p < 0.05 อย่างไรก็ตามผลของการตรวจจำนวนเม็ดเลือดแดง ร้อยละเรติคูโลซัยต์ และความเข้มข้นของฮีโมโกลบินในเลือด ไม่มีความแตกต่างทางสถิติของทั้งสองกลุ่ม ยังพบอีกว่าหลังจากฝึกซ้อมบนดอยอินทนนท์จะทำให้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง และพลังกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) เช่นเดียวกัน สรุปการศึกษาวิจัยครั้งนี้พบว่าการฝึกซ้อมบนดอยอินทนนท์ที่ระดับความสูง 1,300 เมตร เป็นเวลา 3 สัปดาห์ จะส่งผลในการเพิ่มความสมบูรณ์ทางกายของนักวิ่งระยะไกลทีมชาติ
URI: http://ir.sc.mahidol.ac.th/handle/123456789/164
ISSN: 1513-7201
Appears in Collections:Physiology: National Journal Publications

Files in This Item:
There are no files associated with this item.


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.